กระดาษและหมึกจีน
“โลกของศิลปะจีน วัสดุสำคัญหนีไม่พ้นสองสิ่งนี้: กระดาษเซวียน (宣纸) และหมึกจีน (墨) เพราะทั้งคู่ไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการวาดภาพ แต่ยังเป็นภาษาที่สื่อถึงอารมณ์ จังหวะ และพลังภายในของศิลปินมานานหลายพันปี”
1.กระดาษเซวียน (宣纸)
กระดาษเซวียนมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง เป็นกระดาษสีขาวที่มีลักษณะลื่นและนุ่ม ซึ่งยากที่จะยับและเน่าเปื่อย ใช้สำหรับการเขียนตัวอักษรจีนและวาดภาพในสมัยโบราณ
แหล่งกำเนิดของการทำเซวียนจื่อแบบดั้งเดิมอยู่ที่มณฑลอันฮุย ทางภาคตะวันออกของจีน ปัจจุบันกรรมวิธีการทำกระดาษดังกล่าวได้รับการวิจัย พัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทางการได้หันมาส่งเสริมขั้นตอนการทำให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
กระดาษเซวียนถือเป็นหนึ่งในกระดาษคุณภาพสูงที่สุดในเอเชียตะวันออก ด้วยคุณสมบัติพิเศษดังนี้
ซึมซับน้ำและหมึกได้ดีเยี่ยม ทำให้เกิดการไล่เฉดและการกระจายตัวของหมึกที่เป็นเอกลักษณ์
เนื้อกระดาษนุ่มเหนียวและทนทาน แม้มีความบาง แต่สามารถเก็บรักษาได้นาน ไม่เหลืองซีด
รองรับทั้งงานเขียนพู่กันและงานวาดภาพ
แบบดิบ กระดาษประเภทนี้จะซึมหมึกมาก เหมาะกับงานลายเส้นและการวาดที่ต้องการความพริ้วไหล
แบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เป็นประเภทที่อยู่ระหว่างแบบดิบกับแบบสุก ทำให้เหมาะกับทั้งงานวาดและงานเขียน
แบบสุก กระดาษประเภทนี้ซึมหมึกน้อย ทำให้เส้นหมึกคมชัด เหมาะกับการเขียนพู่กันจีน
กระดาษเซวียนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
2.หมึกจีน (墨)
จนถึงวันนี้ เทคนิคอันซับซ้อนในกระบวนการผลิตแท่งหมึก ยังคงเป็นความลับของช่างฝีมือชาวจีน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันแต่เพียงว่า วัสดุสำคัญที่นำมาทำหมึกแท่งนั้นคือ เขม่าดำและกาว ซึ่งเขม่าดำที่มีคุณภาพดีที่สุด ได้จากการเผาไหม้น้ำมันพืช
ในอดีตเขม่าดำหรือเขม่าคุณภาพดีที่สุด เกิดจากการเผาต้นสนที่เลือกเฟ้นมาอย่างดีในเตาหลอมหมึก โดยช่างจะนำหม้อดินเผามารมควันโดยกลับไปมาเหนือเตาหลอม เมื่อเกิดเขม่าจับที่หม้อดินเผา ช่างจะใช้ขนแปรงปัดเขม่าที่ติดอยู่ที่หม้อเหล่านี้ แล้วนำมาผสมกับกาว ที่ทำจากเขาสัตว์หรือหนังสัตว์
หมึกจีนแบ่งเป็นหลายเกรด ศิลปินสามารถเลือกสรรได้ตามความต้องการ หรือแม้กระทั่งหมึกที่ให้กลิ่นหอม เช่น กลิ่นไม้จันทน์หรือกลิ่นสมุนไพรจีนก็ยังมี ซึ่งหมึกประเภทนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหมึกที่เพิ่มบรรยากาศระหว่างการสร้างสรรค์งาน
“จุดเด่นของงานที่ทำด้วยกระดาษเซวียนและหมึกจีน”
การทำงานด้วยกระดาษเซวียนและหมึกจีนจำต้องพึ่งพาสมาธิและความอดทนในการทำงานค่อนข้างสูง ด้วยหมึกที่กระจายตัวไปตามเส้นใยของกระดาษอย่างอิสระ อาจส่งผลให้งานออกมาไม่เป็นอย่างที่คิด ศิลปินจึงต้องปรับลมหายใจ จังหวะ และน้ำหนักมือ เพื่อควบคุมการรังสรรค์งานผ่านวัสดุสองชิ้นนี้
ศิลปะที่เกิดจากวัสดุทั้งสองนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเขียนหรือลงสี แต่เป็นการถ่ายทอดจิตใจของผู้รังสรรค์งานในขณะนั้น การทำงานในลักษณะนี้ เป็นหนึ่งในรูปแบบของการทำสมาธิ ซึ่งปรากฏให้เห็นผ่านเส้นหมึกที่ถูกจรดลงกระดาษผ่านพู่กัน
Text and Artwork by Paradee Sattarujawong
